ขั้นตอนการพาลูกน้อยไปทำพาสปอร์ต

    วันนี้จะขอแวะมารีวิวการพา #babyrasa ไปทำพาสปอร์ตกันจ้า  ก็อาศัยช่วงฤกษ์งามยามดี หยุดวันตรุษจีน พาน้องรสา ลูกสาวที่น่ารักไปทำพาสปอร์ต (สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี) เตรียมตัวสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศกันทั้งครอบครัว ซึ่งขั้นตอนและการเตรียมพร้อมก็ไม่ยากเลยจ้า ง่ายๆ ใช้เวลาไม่นานด้วยครับ ก่อนอื่นเลยเอกสารที่ใช้แค่นิดเดียว ก็แค่ สูติบัตรของลูก ต้องใช้ตัวจริงนะครับ บัตรประชาชนตัวจริงของ พ่อและแม่ พาสปอร์ตเล่มเดิมถ้ามีนำติดไปด้วย เพราะเจ้าหน้าที่จะทำการยกเลิกเล่มเก่าด้วย แต่สำหรับรสาครั้งนี้เป็นการทำครั้งแรก เลยมีแค่ 1 กับ 2 จ้า   นอกเหนือจากเอกสารก็ตัวบุคคล 1. เด็กต้องไปด้วย ซึ่งข้อนี้ไม่มีข้อยกเว้น เพราะต้องไปพิสูจน์ตัวเด็ก และถ่ายรูปติดพาสปอร์ตจ้า 2. พ่อและแม่เด็ก ต้องไปพร้อมกัน เพราะต้องไปยืนยันตัวตนและเซ็นต์รับรองเอกสารจ้า 2.1 กรณีที่พ่อ หรือแม่ไม่สามารถเดินทางไปพร้อมกันได้ ผู้ที่ไม่สามารถไปได้ต้องไปติดต่อที่ทางสำนักงานเขต (หรือที่ว่าการอำเภอ, เทศบาล) ด้วยตัวเอง เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ออกหนังสือยืนยันพร้อมกับมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน กรณีนี้เราว่าเสียเวลามากกว่าที่ไปกับตัวเด็กเองเสียอีก ดังนั้นถ้าให้สะดวกหาเวลาว่างไปพร้อมกันเลยดีกว่าจ้า เราถึงไปวันตรุษจีน เพราะหยุดกันทั้งบ้านอยู่แล้วครับ 2.2 กรณีหย่าร้าง […]

ขั้นตอนการพาลูกน้อยไปทำพาสปอร์ต

 

 

วันนี้จะขอแวะมารีวิวการพา #babyrasa ไปทำพาสปอร์ตกันจ้า 

ก็อาศัยช่วงฤกษ์งามยามดี หยุดวันตรุษจีน พาน้องรสา ลูกสาวที่น่ารักไปทำพาสปอร์ต (สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี) เตรียมตัวสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศกันทั้งครอบครัว ซึ่งขั้นตอนและการเตรียมพร้อมก็ไม่ยากเลยจ้า ง่ายๆ ใช้เวลาไม่นานด้วยครับ

ก่อนอื่นเลยเอกสารที่ใช้แค่นิดเดียว ก็แค่

  1. สูติบัตรของลูก ต้องใช้ตัวจริงนะครับ
  2. บัตรประชาชนตัวจริงของ พ่อและแม่
  3. พาสปอร์ตเล่มเดิมถ้ามีนำติดไปด้วย เพราะเจ้าหน้าที่จะทำการยกเลิกเล่มเก่าด้วย แต่สำหรับรสาครั้งนี้เป็นการทำครั้งแรก เลยมีแค่ 1 กับ 2 จ้า

 

นอกเหนือจากเอกสารก็ตัวบุคคล
1. เด็กต้องไปด้วย ซึ่งข้อนี้ไม่มีข้อยกเว้น เพราะต้องไปพิสูจน์ตัวเด็ก และถ่ายรูปติดพาสปอร์ตจ้า

2. พ่อและแม่เด็ก ต้องไปพร้อมกัน เพราะต้องไปยืนยันตัวตนและเซ็นต์รับรองเอกสารจ้า

2.1 กรณีที่พ่อ หรือแม่ไม่สามารถเดินทางไปพร้อมกันได้ ผู้ที่ไม่สามารถไปได้ต้องไปติดต่อที่ทางสำนักงานเขต (หรือที่ว่าการอำเภอ, เทศบาล) ด้วยตัวเอง เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ออกหนังสือยืนยันพร้อมกับมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน กรณีนี้เราว่าเสียเวลามากกว่าที่ไปกับตัวเด็กเองเสียอีก ดังนั้นถ้าให้สะดวกหาเวลาว่างไปพร้อมกันเลยดีกว่าจ้า เราถึงไปวันตรุษจีน เพราะหยุดกันทั้งบ้านอยู่แล้วครับ

2.2 กรณีหย่าร้าง แต่มีข้อตกลงว่าลูกอยู่ในความปกครองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ให้ฝ่ายนั้นพาลูกไปได้เอง แต่หากตกลงว่าดูแลทั้งสองฝ่ายก็ต้องไปทั้งคู่ หากไปไม่ได้ก็ต้องไปติดต่อสำนักงานเขตเช่นเดียวกัน

2.3 กรณีที่พ่อแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ให้แม่ถือเป็นผู้มีสิทธิ์ปกครองลูก แต่ก็ต้องไปขอบันทึกจากสำนักงานเขตเพื่อรับรองสถานะด้วยนะจ๊ะ

2.4 กรณีอื่นๆ ก็เข้าไปดูเพิ่มเติมที่ http://www.consular.go.th เว็บไซต์ของกรมการกงสุลได้เลยจ้า

 

สำหรับสถานที่ที่เราไปทำก็ไปที่ Thanya Park ศรีนครินทร์ เพราะใกล้บ้านและสะดวกที่สุด ที่สำคัญที่นี่เปิดให้บริการวันเสาร์ด้วยนะครับ เปิดให้บริการในวันเสาร์ตั้งแต่เวลา 08.30 – 15.30 น. ขับรถเข้าไปในศูนย์การค้า แนะนำให้ไปจอดที่ตึกจอดรถ P ถ้าต้องการสะดวกก็วนขึ้นไปจอดชั้น P11 ก็จะสามารถเดินเข้าไปชั้นที่ 2 ของตึก E ซึ่งเป็นชั้นที่ทำพาสปอร์ต จ้า

 

 

ขั้นตอนก็ง่ายนิดเดียว (ตอนที่ไปรอคิว 25 คิว ใช้เวลาทั้งหมดไม่ถึงครึ่งชั่วโมงครับ)

  1. สามารถจองคิวออนไลน์ล่วงหน้าก่อนได้ที่ https://www.passport.in.th/eService/ แต่เราไม่ได้จองไปก็ไปเข้าคิวตามปกติ วันที่ไป มีคิวรออยู่ประมาณ 25 คิว ซึ่งใช้เวลารอไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงคิวจ้า ระหว่างรอคิวก็กรอกแบบฟอร์มได้เลย
  2. เมื่อถึงคิวเจ้าหน้าที่ก็ขอวัดส่วนสูง กับน้ำหนักของเด็ก ซึ่งกรณีรสานั้นอายุแค่ 2 เดือนนิดๆ ก็บอกส่วนสูงและน้ำหนักให้เจ้าหน้าที่ทราบได้เลย ไม่ต้องวัดให้เสียเวลา
  3. เข้าไปรอที่ช่องทำพาสปอร์ต เพราะจะมีคนที่ทำก่อนหนึ่งคน เมื่อถึงคิวเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสาร จากนั้นก็ถ่ายรูปเด็ก ซึ่งก็จะให้พ่อ หรือแม่อุ้มเด็กไว้ แล้วใช้ฉากด้านหลังสีขาว จากนั้นเจ้าหน้าที่ หรือคุณแม่ก็ช่วยบิวท์ให้เด็กนั่งตรงมองกล้อง อันนี้ยากที่สุดของขั้นตอนละ เพราะรสาไม่ค่อยอยู่นิ่งเลย 555
  4. ถ่ายรูปเสร็จ พ่อกับแม่ก็เซ็นชื่อรับรองเอกสาร ส่วนเด็กก็ต้องเซ็นต์ด้วยนะ แต่เป็นการปั้มนิ้วโป้งของนิ้วเท้าแทน (กรณีเด็กเล็ก)
  5. จากนั้นก็ไปชำระค่าธรรมเนียมได้เลยจ้า ค่าธรรมก็ 1,000 บาท/เล่ม เท่ากับของผู้ใหญ่นี่แหละครับ ส่วนการรับเอกสารหรือจัดส่งก็เหมือนของผู้ใหญ่คือรับเองไม่เสียเงินเพิ่ม แต่เราให้ส่ง EMS ดีกว่าเพราะเสียแค่ 40 บาทเท่านั้น ใช้เวลาประมาณ 5-7 วันทำการ มารับเองเสียเงินเยอะกว่านี้แน่ ทั้งค่ากิน ค่าน้ำมันรถ และอีกแบบ PSP หรือ passport speedy post ก็เสีย 60 บาท แต่จะส่งภายใน 3 วันทำการ
  6. กรณีเร่งด่วนสุดๆ เค้าก็มีนะ คือทำเช้า รับบ่าย แต่ค่าธรรมเนียม 3,000 บาท นะครับ แต่ต้องทำทุกขั้นตอนให้เสร็จก่อนเที่ยง นั่นก็หมายถึงต้องมาแต่เช้าเลยจะดีที่สุด เพราะต้องเผื่อเวลาเข้าคิวด้วย หรือก็กรณีด่วนแต่ไม่สุด ก็มารับในวันถัดไป แต่ต้องมารับเอง ก็เสียค่าธรรมเนียม 2,000 บาท อันนี้ก็กรณีลืมไปว่าพาสปอร์ตหมดอายุภายใน 6 เดือนระหว่างเดินทาง เอาเป็นว่าตรวจสอบให้แน่ใจแต่เนิ่นๆ ดีกว่าจะได้ไม่เสียแพงครับ

 

 

 

 


Write a Reply or Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent posts

Recent photos