Ichika Omakase

0

Ichika Omakase

Posted by eat_admin

  วันนี้จะขอพาไปทานอาหารญี่ปุ่น และใครที่ชอบซูชิแบบพรีเมี่ยมไม่ควรพลาดนะครับ เพราะว่ามื้อนี้จะพาไปทานโอมากาเสะ ที่ร้าน Ichika Omakase รับรองว่าอร่อยฟินกันแน่นอน             สำหรับร้าน Ichika Omakase นั้นอยู่ในโรงแรมแรมแบนดท์ (Rembrandt Hotel) ซึ่งอยู่ในซอยสุขุมวิท 18 (สามารถเข้าซอยสุขุมวิท 20 ก็ได้นะครับ) บรรยากาศด้านในร้านตกแต่งแบบญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น มีจำนวน 2 เค้าเตอร์ พื้นที่ร้านไม่ใหญ่นัก นั่นก็ถือว่าเป็นลักษณะเฉพาะของร้านสไตล์โอมากาเสะ เพราะรับลูกค้าไม่เยอะมาก จะได้ให้บริการลูกค้าได้อย่างใกล้ชิด โดยที่นั่งจะอยู่ติดกับเค้าเตอร์ทั้งหมด ทำให้สามารถนั่งดูเชฟบรรจงทำซูชิได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งถือว่าเป็นการได้นั่งชมศิลปะแขนงหนึ่งเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ก็ยังสามารถพูดคุยกับเชฟเพื่อเพิ่มอรรถรสในการทานอาหารมากขึ้นอีกด้วย และจุดเด่นอีกอย่างของที่นี่ก็คือเขียงที่ทำจากต้นไม้ Hinoki อายุมากกว่า 150 ปี จากนากาโน่ ที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ทั้งในแง่ของขนาด รูปทรง รวมถึงกลิ่นของเนื้อไม้ มีดเองก็สำคัญไม่แพ้กัน มีดของอิชิกะถูกสั่งทำพิเศษ และหลอมมาจากเหล็กบลูสตีลชั้นยอดจากเมืองซาไก ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทำให้มีดเล่มนี้คมกริบ สามารถหั่นได้อย่างแม่นยำ และไม่เสียรสชาติของวัตถุดิบเลยแม้แต่น้อย […]

Ichika Omakase

 

วันนี้จะขอพาไปทานอาหารญี่ปุ่น และใครที่ชอบซูชิแบบพรีเมี่ยมไม่ควรพลาดนะครับ เพราะว่ามื้อนี้จะพาไปทานโอมากาเสะ ที่ร้าน Ichika Omakase รับรองว่าอร่อยฟินกันแน่นอน

 

 

 

 

 

 

สำหรับร้าน Ichika Omakase นั้นอยู่ในโรงแรมแรมแบนดท์ (Rembrandt Hotel) ซึ่งอยู่ในซอยสุขุมวิท 18 (สามารถเข้าซอยสุขุมวิท 20 ก็ได้นะครับ) บรรยากาศด้านในร้านตกแต่งแบบญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น มีจำนวน 2 เค้าเตอร์ พื้นที่ร้านไม่ใหญ่นัก นั่นก็ถือว่าเป็นลักษณะเฉพาะของร้านสไตล์โอมากาเสะ เพราะรับลูกค้าไม่เยอะมาก จะได้ให้บริการลูกค้าได้อย่างใกล้ชิด โดยที่นั่งจะอยู่ติดกับเค้าเตอร์ทั้งหมด ทำให้สามารถนั่งดูเชฟบรรจงทำซูชิได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งถือว่าเป็นการได้นั่งชมศิลปะแขนงหนึ่งเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ก็ยังสามารถพูดคุยกับเชฟเพื่อเพิ่มอรรถรสในการทานอาหารมากขึ้นอีกด้วย และจุดเด่นอีกอย่างของที่นี่ก็คือเขียงที่ทำจากต้นไม้ Hinoki อายุมากกว่า 150 ปี จากนากาโน่ ที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ทั้งในแง่ของขนาด รูปทรง รวมถึงกลิ่นของเนื้อไม้ มีดเองก็สำคัญไม่แพ้กัน มีดของอิชิกะถูกสั่งทำพิเศษ และหลอมมาจากเหล็กบลูสตีลชั้นยอดจากเมืองซาไก ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทำให้มีดเล่มนี้คมกริบ สามารถหั่นได้อย่างแม่นยำ และไม่เสียรสชาติของวัตถุดิบเลยแม้แต่น้อย

 

 

 

 

 

 

 

 

บางคนอาจจะไม่คุ้นเคยกับคำว่าโอมากาเสะเท่าไรนัก ซึ่ง โอมากาเสะของญี่ปุ่นดั้งเดิม คือ ศิลปะการทำอาหารที่แสดงศักยภาพทั้งศาสตร์และศิลป์ของเชฟสู่มือผู้ทาน หรือแปลตรงตัวว่า “เชฟจัดให้” ซึ่ง “จัดให้” ในที่นี้หมายถึงการที่เชฟจะเป็นคนเลือกให้ว่าวันนี้คนที่มาทานจะได้ทานเมนูใดบ้าง ซึ่งต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับการทานอาหารแบบอะลาคาร์ทที่คนทานสามารถเลือกเมนูเองได้ดังใจ แม้ว่าการที่ไม่สามารถเลือกเมนูได้เองนี้อาจสร้างความกังวลให้กับคนทานอยู่บ้าง แต่การทานแบบโอมากาเสะเป็นการเปิดโอกาสให้เชฟมีอิสระในการรังสรรค์เมนูอย่างเต็มที่ ซึ่งอิสระนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นยิ่งในการดึงเอาปฏิภาณไหวพริบของเชฟออกมาใช้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ในขณะเดียวกันโอมากาเสะมื้อนี้ก็จะเป็นมื้อที่เหนือความคาดหมาย พร้อมเพลิดเพลินไปกับความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบไปจนเสร็จถึงมือคนทาน

 

 

เอาละ มาเริ่มทานอาหารกันเลยดีกว่าแล้วก็มาลุ้นอีกว่าเชฟจะจัดอะไรให้เราทานกันบ้าง ก่อนอื่นเราเลือกโอมากาเสะแบบ Fukenzo สำหรับมื้อเย็นในราคาคนละ 4,700++ มาเริ่มกันที่เมนูเรียกน้ำย่อยกันก่อนนะครับ โดยจะเสิร์ฟ 4 อย่าง เริ่มที่ Sashimi 3 อย่าง จะมี Akami, Kampachi และ Hotate หรือหอยเชลล์ ถือว่าเรียกน้ำย่อยได้ดีสุดๆ

 

 

ต่อด้วย Tachiuoyaki หรือปลาดาบเงินย่างซีอิ๊ว

 

 

ต่อด้วย Suwai Kani Tempura ขาปูหิมะทอด ฟินมาก

 

 

ปิดท้ายด้วย Shirakoponsu หรือท่ออสุจิปลาคอด ราดด้วยซอสพอนซึ ทานทั้งคำให้รสชาติมันๆ เติมรสเปรี้ยวนิดๆ ด้วยพอนซึ อร่อยเพลินดีครับ

 

 

จากนั้นก็มาถึงคิวของซูชิกันบ้าง เริ่มคำแรกที่ Shima Aji ปลาชิมาอาจิ ปลาเนื้อขาวที่มาพร้อมข้าวปั้นขนาดพอดีคำ

 

 

คำที่สอง Abura Kinmedai Kasasumi ปลากระพงแดงที่ท็อปด้วยไข่ปลาซาวาระ ฟินได้อีก

 

 

คำที่สาม Saba ปลาซาบะสดๆ อร่อย

 

 

ต่อด้วยคำที่ 4 Shiroika หรือปลาหมึกขาว หนึบๆ อร่อยมาก

 

 

คำที่ห้า Hotate Shoyuyaki หอยเชลล์ตัวโตที่ย่างด้วยเตาถ่าน ห่อด้วยสาหร่าย ทานร้อนๆ อร่อยมาก

 

 

 

คำที่หก Kuruma Ebi หรือกุ้งลายเสือ เชฟใช้วัตถุดิบสดๆ ที่โชว์หน้าร้านเลยจ้า เลือกได้ว่าจะรับแบบดิบ หรือสุก เราก็เลยเลือกมาอย่างละแบบ ผมทานแบบดิบ เนื้ออร่อย หวาน เด้งหนึบหนับสุดๆ

 

 

 

จากนั้นก็ขั้นด้วย Chawanmushi Foegars Miso ไข่ตุ๋นที่ผสมฟัวกราส์ นัวมาก  แล้วก็ Daikon Myoga Temaki สาหร่ายห่อด้วยผักสดด้านใน (อันนี้ไม่รู้ว่าผักอะไร แต่เป็นการแก้เลี่ยนได้ดีเลยครับ)

 

 

แล้วก็ต่อคำที่เจ็ดด้วย Akami มากุโร่ส่วนเนื้อแดง สด อร่อย

 

 

 

คำที่แปด Otoro โอโทโร่ นุ่ม ละมุนแทบละลายในปากเลยครับ

 

 

คำที่เก้าและสิบ จะรวมเอา Uni Ikuradon และ Negitoro ไข่หอยเม่น ไข่ปลาแซลมอนและท้องปลาทูน่าสับ ที่เสิร์ฟพร้อมข้าวปั้น ทานโดยการนำสาหร่ายมาห่อ อร่อยฟินมาก ปิดท้ายซูชิได้อย่างฟินสุดๆ

 

 

 

 

 

จากนั้นก็ปิดท้ายด้วย ไข่หวาน สูตรเฉพาะของที่ Ichika ซึ่งคล้ายเค้กมากๆ แต่เป็นการใช้ไข่ล้วนๆ ไม่ผสมแป้ง อร่อย นุ่มมาก ต่อด้วยซุปใส Suimono และตบท้ายด้วย ไอศครีมยูสึ ชื่นใจสุดๆ ครับ

 

 

สรุปแล้วโอมากาเสะที่ Ichika Omakase นั้นถือว่าเป็นมื้อที่อร่อย ฟิน คุ้มค่าไปกับซูชิปลาดิบแบบพรีเมี่ยม ที่วัตถุดิบสดมาก สะอาด และรสชาติดี ซึ่งเชฟอคิระ เขมาวุฒานนท์ หัวหน้าเชฟลูกครึ่งไทย – ญี่ปุ่น ที่รังสรรค์เมนูชั้นเยี่ยมจากประสบการณ์ที่ผ่านเวทีระดับโลกมาแล้วมากมาย รับรองว่า มาแล้วอร่อยคุ้มค่าแน่นอนครับ อ้อ สำหรับโอมากาเสะของที่นี่มีให้เลือกตั้งแต่ราคา 1,700 บาท ไปจนถึง 9,700 บาทเลยนะครับ เอาเป็นว่าอยากทานแบบจุใจแค่ไหนก็บอกเชฟได้เลยครับ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

Ichika Omakase

รายการอาหาร : ซูชิ อาหารญี่ปุ่น

เวลาทำการ : มื้อเที่ยงเริ่มตั้งแต่เวลา 12.00 – 14.30 น.

มื้อเย็นจะเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 – 22.30 น.

ที่ตั้งร้าน : โรงแรมแรมแบนดท์ กรุงเทพฯ ชั้น M ซอยสุขุมวิท18 (เข้าได้ทั้งซอยสุขุมวิท 18 และ 20) คลองเตย กรุงเทพมหานคร

โทร. 061 165 6546

 


Write a Reply or Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent posts

Recent photos